การพยายามลดความอ้วนอย่างผิดแนวทาง เช่น การงดของกิน งดเว้นของกินชนิดแป้งและก็ไขมันแบบตัดขาด ทานอาหารเพียงแต่มื้อใดมื้อหนึ่ง กินแม้กระนั้นผักแล้วก็ผลไม้ รวมถึงการกระทำหรือต้นเหตุอื่นๆที่มีผลเสีย ตัวอย่างเช่น การ ทานอาหารไม่ตามกำหนด หรือความเคร่งเครียด สิ่งกลุ่มนี้กลับยิ่งทำให้เกิดผลเสียต่อสภาพร่างกายโดยตรง เนื่องจากถึงน้ำหนักจะน้อยลงแม้กระนั้นก็เสี่ยงกับสภาวะขาดสารอาหาร แล้วก็นำมาซึ่งการทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดลดน้อยลงซึ่งจะก่อให้ยิ่งมีความต้องการ ความโหยมากขึ้น จนกระทั่งก่อให้เกิดการทานอาหารที่มากขึ้นด้วย นอกเหนือจากนี้ยังทำให้ระบบเผาผลาญภายในร่างกายปฏิบัติงานได้ลดน้อยลง ไม่มีสมรรถนะ นี่ก็เลยเป็นสาเหตุของคำว่า “ยิ่งลด ยิ่งอด ยิ่งอ้วน” ซึ่งเว้นแต่ความอ้วนจะส่งผลต่อลักษณะท่าทางแล้วก็ความเชื่อมั่นแล้ว ยังก่อให้เกิดผลกระทบต่อร่างกายกระทั่งอาจจะเป็นผลให้กำเนิดโรคร้ายนานาประเภท อาทิเช่น เบาหวาน โรคความดันเลือดสูง โรคหัวใจขาดเลือด โรคมะเร็ง โรคข้อหัวเข่าเสื่อม ไขมันในเลือดสูง, ไขมันพอกตับ ปัญหาหยุดหายใจขณะที่กำลังนอนหลับ (เนื่องด้วยมีการอุดกันฟุตบาทหายใจ) แบบไหนที่เรียกว่า “อ้วน” ผู้คนจำนวนมากสงสัยว่า “ขณะนี้พวกเราอ้วนหรือยังนะ” “แล้วแบบไหนที่เรียกว่าอ้วนหละ” ขั้นแรกพวกเราอาจจะจำเป็นต้องมาพินิจพิจารณาพื้นฐานกันก่อนว่า แต่ละคนมีรูปร่างเช่นไร ซึ่งค่า BMI จะสามารถแสดงได้ว่าคุณมีภาวการณ์ผอมบางเหลือเกิน, ได้ส่วนสัดตามมาตรฐาน, น้ำหนักเกิน หรือโรคอ้วน โดยจะใช้วัดในคนที่แก่ตั้งแต่ 20 ปีขึ้นไป เริ่มแรกพวกเรามาทำความรู้จักกับค่า BMI ที่หลายคนคุ้ยหูแม้กระนั้นยังไม่เคยทราบเนื้อหากันก่อนดีมากยิ่งกว่า ค่า BMIหมายถึงค่าดรรชนีที่ใช้ชี้วัดความสมดุลของน้ำหนักตัว (กิโล) และก็ความสูง (ซม.) ซึ่งประยุกต์ใช้เป็นสูตรที่จะหาได้ว่าเดี๋ยวนี้คุณมีรูปร่างที่ได้ส่วนสัดหรือเปล่า ….ต่อนี้ไปทดลองจับปากกากับกระดาษมาทดลองคำนวณค่า BMI กันเลยดีกว่า! ถ้าเกิดหาค่า BMI ได้แล้ว พวกเราลองมองกันว่าในเวลานี้รูปร่างคุณเป็นเยี่ยงไร ลดหุ่นด้วยแนวทางไหนดี ในตอนนี้มีแนวทางลดหุ่น ลดน้ำหนักโดยสวัสดิภาพภายใต้อำนาจบังคับดูแลโดยหมอผู้ชำนาญมีมากมายหลายแนวทางร่วมกัน เป็นต้นว่า การดูแลและรักษาด้วยยาภายใต้การดูแลของหมอ, การดูดไขมัน/ตัดไขมัน (เหมาะสมกับคนที่มีค่า BMI 30 ขึ้นไป ), การใส่บอลลูนกระเพาะ (เหมาะสมกับคนที่มีค่า BMI 27-29 ) อื่นๆอีกมากมาย แล้วก็ในตอนนี้ยังมีอีกหนึ่งช่องทางสำหรับในการลดความอ้วนโดยสวัสดิภาพ ไม่กลับมาโยโย่อีก ซึ่งก็คือ “ปากกาลดความอ้วน” ทำความรู้จักกับ “ปากกาลดหุ่น” ปากกาลดความอ้วนหมายถึงแท่งปากกาที่ด้านในใส่ยาสำหรับฉีดเข้าชั้นใต้ผิวหนัง (สามารถฉีดยาเองที่บ้านได้) ซึ่งเป็นตัวยา Liraglutide (ลิรากลูไทด์) ขึ้นรถประเภทนี้เป็นเปปไทด์โปรตีนที่ออกฤทธิ์คล้ายกับฮอร์โมน GLP-1 ซึ่งมีอยู่แล้วภายในร่างกายที่จะหลั่งออกมาจากไส้หลังรับประทานอาหารเสร็จ นำมาซึ่งการทำให้รู้สึกอิ่มนาน หิวลดน้อยลง รับประทานลดน้อยลง ลดการกินเล็กๆน้อยๆระหว่างวัน ลดการสร้างน้ำตาลที่ตับ ช่วยเพิ่มความไวของอินซูลินรอบๆตับอ่อนแล้วก็กล้าม โดยปากกาลดหุ่นได้รับการยืนยันจากอย.แล้วว่ามีความปลอดภัย รวมทั้งช่วยสำหรับในการควบคุมน้ำหนักโดยสวัสดิภาพและก็สำเร็จเมื่ออยู่ภายใต้การดูแลจากหมอผู้ที่มีความเชี่ยวชาญ ปากกาลดหุ่นก็เลยเป็นอีกหนึ่งหนทางสำหรับในการควบคุมน้ำหนัก ปรับพฤติกรรมสำหรับในการทานอาหารแบบยืนนานโดยสวัสดิภาพ รวมถึงระดับไขมันทั่วร่างกายยังน้อยลงอีกด้วย ดังนี้การดูแลและรักษาด้วยปากกาลดหุ่นต้องทำพร้อมกันไปกับการควบคุมของกินและก็การบริหารร่างกายอย่างสม่ำเสมอ ก็เลยจะช่วยทำให้สมรรถนะของการดูแลและรักษาดีขึ้น “ปากกาลดหุ่น” เหมาะสมกับคนไหนกันแน่ คนที่มีน้ำหนักเกิน หรือสภาวะโรคอ้วน มีปัญหาสุขภาพที่เกิดขึ้นมาจากน้ำหนักเกินมาตรฐาน อย่างเช่น โรคเบาหวาน, ภาวะความดันโลหิตสูง, ไขมันในเลือดไม่ปกติ หรือมีปัญหาเกี่ยวกับการหายใจขณะหลับ (หยุดหายใจขณะนอนหลับด้วยเหตุว่ามีการอุดกันฟุตบาทหายใจ) ฯลฯ คนที่อยากลดหุ่นแต่ว่าไม่ได้อยากผ่าตัด คนที่อยากได้ปรับพฤติกรรมการทานอาหาร หมายเหตุ ปากกาลดความอ้วน ไม่เหมาะสม กับคนที่มีประวัติการแพ้ยา Liraglutide, คนที่เป็นโรคต่อมไทรอยด์, คนที่เป็นโรคเกี่ยวกับต่อมไร้ท่อ, คนที่แก่ต่ำลงยิ่งกว่า 18 ปี รวมทั้งอายุ 75 ปีขึ้นไป, หญิงท้องหรือคิดแผนท้อง และก็คนที่ใช้ยาโรคเบาหวาน หรือยาที่เกี่ยวเนื่องกับการแข็งตัวของเลือด รวมถึงคนที่มีปัญหาเกี่ยวกับแนวทางการทำงานของตับ ไต ไส้และก็กระเพาะควรจะหารือหมอก่อน ต้องการใช้ “ปากกาลดหุ่น” จะต้องทำยังไงบ้าง ปากกาลดหุ่น เหมาะกับคนที่มีภาวการณ์น้ำหนักเกิน หรือสภาวะโรคอ้วน โดยก่อนรักษาจำเป็นจะต้องเจอหมอเพื่อซักความเป็นมา ตรวจสุขภาพ รวมถึงตรวจเลือดเพื่อมองไขมันในเลือด, แนวทางการทำงานของตับ ไต และก็ฮอร์โมนภายในร่างกาย การดูแลรักษาด้วยปากกาลดหุ่นควรต้องอยู่ภายใต้อำนาจบังคับดูแลของหมอผู้ชำนาญเพียงแค่นั้น วิธีการใช้ปากกาลดความอ้วน สำหรับเพื่อการใช้ปากกาลดหุ่นในทีแรก หมอและก็พยาบาลจะเป็นผู้บอกเนื้อหาวิธีการใช้ยา รวมทั้งแสดงวิธีการใช้ปากกาอย่างถี่ถ้วน ซึ่งหมอชี้แนะให้ฉีดยาวันละครั้ง (เสนอแนะฉีดข้างหลังมื้อของกิน) โดยจึงควรฉีดในเวลาเดิมหรือใกล้เคียงกันในทุกเมื่อเชื่อวัน และก็ตำแหน่งที่ฉีดเป็น ใต้ผิวหนังรอบๆพุง หรือข้างหน้าของต้นแขนหรือต้นขา (ห้ามฉีดเข้าเส้นเลือดดำหรือกล้าม) ขนาดของยา การเริ่มต้นใช้ยาทีแรกจะเริ่มที่ 0.6 มก. แต่ละวันๆละ 1 ครั้ง ขั้นต่ำ 1 อาทิตย์ และก็จะปรับยามากขึ้นทีละ 0.6 มก.ในแต่ละอาทิตย์ ตราบจนกระทั่งกำลังจะถึงปริมาณยาที่ชี้แนะเป็น 3.0 มก. วันละ 1 ครั้ง อาการใกล้กัน โดยส่วนมากอาการที่เกิดขึ้นข้างหลังฉีดยาเป็นต้นว่า อ้วก คลื่นไส้ ท้องร่วง หรือท้องผูก ซึ่งอาการพวกนี้จะเกิดขึ้นเพียงแต่ตอนอาทิตย์แรกๆที่ได้รับยา และก็อาการจะหายได้เองด้านใน 2-3 อาทิตย์ เมื่อได้รับยาโดยตลอด คำตอบข้างหลังการใช้ปากกาลดความอ้วน ข้างหลังการใช้ยาในตอนวันแรกๆคุณจะเริ่มรู้สึกต้องการของกินลดลง อิ่มไวรวมทั้งอิ่มนานขึ้น เมื่อคุมหิวได้นานขึ้นก็จะนำมาซึ่งการทำให้รับประทานอาหารได้ลดลงอย่างสม่ำเสมอ และก็ส่งผลให้น้ำหนักต่ำลงและก็ตามด้วย ถ้าลืมฉีดยา…ทำยังไงดี? แม้ลืมฉีดยาน้อยกว่า 12 ชั่วโมง สามารถฉีดยาได้เมื่อจำได้ ถ้าเกิดลืมฉีดยามากยิ่งกว่า 12 ชั่วโมง ให้ฉีดยาให้วันต่อไปตรงเวลาธรรมดา ไม่สมควรเพิ่มขนาดการฉีดยาเองเพื่อทดแทนยาที่ลืมฉีด การรักษายา ปากกาที่ยังไม่เคยเปิดใช้ให้เก็บในตู้แช่เย็น (อุณหภูมิ 2ºC – 8ºC) ปากกาข้างหลังเปิดใช้ทีแรกแล้ว เก็บที่อุณหภูมิปกติ (อุณหภูมิต่ำลงมากยิ่งกว่า 30ºC) ยามีอายุอยู่ได้ 1 เดือน ห้ามแช่ปากกาในช่องที่มีไว้แช่แข็ง ควรจะสวมปลอกยาทุกหนเมื่อมิได้ใช้งาน ให้ใช้ปากกาแต่ละด้ามสำหรับคนเจ็บรายเดียวแค่นั้น ไม่สมควรใช้ด้วยกันแม้ว่าจะแปลงหัวเข็มก็ตาม การที่จะมีน้ำหนักรวมทั้งรูปร่างที่ได้ส่วนสัดโดยสวัสดิภาพโดยวิธีทางการแพทย์ นอกเหนือจากที่จะจำต้องกระทำตามข้อเสนอของหมอแล้ว ก็ต้องทำพร้อมกันไปกับการควบคุมของกินและก็บริหารร่างกายบ่อยๆ เท่านี้ก็จะสามารถเปลี่ยนแปลงความประพฤติการทานอาหารได้อย่างยั่งยืนซึ่งมีผลดีกับสุขภาพแบบองค์และด้านในรวมทั้งด้านนอก ค่ารักษาพยาบาล โปรแกรม S 12,500 บาท โปรแกรม M 23,000 บาท โปรแกรม L 32,000 บาท โปรแกรม S 12,500 บาท โปรแกรม M 23,000 บาท โปรแกรม L 32,000 บาท